|
ไม่น่าเชื่อ ว่าผมฟลุคสอบเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาได้ (ด้วยโควตาความสามารถพิเศษวงโยฯ--หากสอบข้อเขียนวิชาการคงไม่ติดหรอก -_-“)
ตั้งแต่จำความได้ แม่ส่งผมไปเรียน JMC ที่Yamaha ตั้งแต่ตอนอยู่อนุบาล แต่ไม่กี่เดือนก็เลิกอะคับ มาคิดอีกทีเสียดายชะมัดเลย!!!
จนป.6 ตอนนั้นย้ายไปอยู่จังหวัดตรังกันทั้งบ้าน แม่ก็บังคับหน่อยๆให้ไปเรียนอิเล็กโทนเหอะ ผมก็ยอมแต่โดยดี และก็ดันพบว่ามันสนุกดีเหมือนกัน แต่แล้วอยู่ๆก็แอบไปเห็นโน้ตเปียโน....เอ๊ะ!! ไมมันมี 2 บรรทัด(วะ)? (เพราะปกติโน้ตอิเล็กโทนที่ใช้อยู่มีแค่ทำนองบรรทัดเดียวและมือซ้ายก็จับคอร์ดที่เขียนไว้ข้างบนเอา) โหย!! อย่างงี้มือซ้ายก็ต้องงานเข้าเยอะเลยดิ คิดได้อย่างงั้นก็เลยเปลี่ยนไปเรียนเปียโนแทน พอเข้าม.1 แม่ก็ดันทุรังให้เข้าวงโยฯของโรงเรียนด้วย ไอ้ตอนนั้นเราก็อยากลองดูเพราะเริ่มชอบการเล่นดนตรีบ้างแล้ว ผมเลือกเล่นฟลูทครับ เพราะตอนนั้นคิดว่าเครื่องมันเบาและยาวดี ตอนเป่าก็ดูเท่ห์ดีด้วย ณ เวลานั้นชีวิตเด็กม.ต้นคนนี้ก็งานเข้าเยอะขึ้น เพราะต้องซ้อมวงโยฯทุกเย็น(+วันเสาร์ด้วย แถมต้องเดินพาเหรดแห่รอบตัวเมืองและตลาดสดสักราวๆปีละ4-5ครั้ง) และก็ซ้อมเปียโนไปวันๆด้วย (ที่ใช้คำว่าไปวันๆเพราะมันก็แค่เล่นเพลงไปตามหนังสือเรียนเรื่อยๆ ไม่ได้มีแรงจูงใจอะไรมาทำให้ผมกระเหี้ยนกระหือรือขนาดนั้น) แต่สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกว่าโชคดีมากคือการที่ได้ฟังเพลงคลาสสิกตั้งแต่ครั้งแรกๆ (ตอนนั้นรู้สึกจะเป็นเพลงประมาณ Beethoven Symphony no.5 กะ Blue Danube อะไรพวกนั้น) แล้วมันก็โดนใจผมเลยเต็มๆเลยอะคับ (หากเป็นเด็กคนอื่นทั่วไปคงจะบอกว่า อี๋!!!เปิดเพลงไร(วะ)เนี่ย ไม่มีเนื้อร้อง แล้วก็เปลี่ยนแผ่น ^_^) จึงทำให้ผมก็เสาะแสวงหาฟังและอ่านเรื่องราวต่างๆของดนตรีคลาสสิกนับแต่นั้นมา ซึ่งผมว่าไอ้ความชอบจากจุดเล็กๆนี่แหละ ที่ผลักดันให้ดนตรีอยู่กับผมมาตลอดจนถึงทุกวันนี้
จากนั้นก็ฟลุคสอบเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาได้ (ด้วยโควตาความสามารถพิเศษวงโยฯ--หากสอบข้อเขียนวิชาการคงไม่ติดหรอก -_-“) ผมกับครอบครัวจึงย้ายมาอยู่กรุงเทพฯอีกครั้ง และก็ไปสมัครเรียนเปียโนที่ณัฐ สตูดิโอ โดยได้เรียนกะครูอัสยุส จำรูญ โหหหห!!!!!งานเข้าแบบสุดๆเลยครับ เพราะผมเพิ่งจะค้นพบว่าที่ผ่านมาตัวเองเล่นเปียโนแบบไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวรู้เทคนิคอะไรกะเขาเลย เล่นนิ้วเกร็งไปหมด แถมไม่ทำตามเลขนิ้ว pedalก็เหยียบเอามั่วๆ ฯลฯ อีกมากมายบานตะไท ตอนนั้นก็รู้สึกช้อคไปเหมือนกัน ผมต้องเริ่มหัด Hanon ใหม่ด้วยวิธีการใช้นิ้วที่ถูกต้อง ซึ่งตอนนั้นก็รู้สึกตลอดเวลาว่ามันจะไปแก้ไขได้อย่างไร(ฟระ)? ในเมื่อเล่นอย่างผิดๆสะสมมาเป็นแรมปี แต่จนมาถึง ณ เวลานี้ ผมกล้าตอบอย่างเต็มคำเลยครับว่าการในเล่นเปียโนนั้น ทุกอย่างไม่ว่าจะเคยชินทำแบบผิดๆมายังไง ก็แก้ไขให้ดีขึ้นได้หมด หากมีความพยายามและเรียนรู้ที่จะทำมันอย่างเป็นระบบ (ส่วนจะไปได้ถึงขั้นเทพแค่ไหนก็แล้วแต่ความถึกและความกระเหี้ยนกระหือรือของแต่ละบุคคล)
ถึงแม้จะเรียนปริญญาตรีคณะเศรษฐศาสตร์ ผมก็เข้ามาคลุกคลีอยู่ในวงการเปียโนคลาสสิกอยู่ตลอด เคยแข่งเปียโนโชแปงครั้งที่ 6 (ไม่ได้รางวัลอะไร-เหนื่อยมาก แต่ไม่ได้เหนื่อยฟรี!!! ), แข่งณัฐสตูดิโอ (แข่งรอบแรก-ไปเข้าค่ายร.ด.เขาชนไก่-กลับมาแข่งรอบชิงเลย ก็ไม่ได้รางวัลอะไร เหนื่อยมากๆๆๆ แต่ก็ไม่เหนื่อยฟรีอีกเช่นกัน), สอบATCL, แข่งโชแปงครั้งที่ 7 (คราวนี้ได้รางวัล Special Prize หละ –โห เหนื่อยมากกกกกกกกกกกกก แต่ดีใจมากกกกกกกก), ไปค่ายแชมเบอร์มิวสิกของม.ศิลปากรตอนปิดเทอมใหญ่ 3 ปีติดกัน (ทำให้อดไปค่ายพัฒนาชนบทกับเพื่อนที่มหาลัยเลย) และก็เล่นคอนเสิร์ต+เล่น accomฯตามโอกาสต่างๆอยู่ร่ำไป
ผมก็รู้สึกว่าผมโชคดีอีกอย่างหนึ่ง คือการที่ได้มีโอกาสเรียนเปียโนกับครูดีๆหลายๆท่าน คือว่าพอเรียนกับครูอัสยุสได้ 2 ปี ครูก็บินไปเรียนต่อ เลยส่งผมไปเรียนกับครูจุน โคมัทซึ ซึ่งนอกจากจะทำให้การคิดการซ้อมการเล่นเป็นระบบไปหมดแบบฉบับอี้ปุ่นแท้ๆแล้ว ครูจุนยังเปิดโลกทางศิลปะอื่นๆให้ผมด้วย ไม่ว่าจะเป็นภาพเขียน, วรรณกรรม, ประวัติศาสตร์ ฯลฯ ทำให้ผมเกิดความกระเหี้ยนกระหือรือไปหาอ่าน,ดู,ศึกษา,ฟัง จนจากที่ไม่ค่อยเข้าใจในศิลปะชนิดอื่นๆ ผมก็เกิดความแอ้บพรีชิเอทมากขึ้น และแน่นอนว่าของพรรค์นี้มันติดตัวเราไปจนตายครับ แล้วพอ 5ปีกะครูจุนผ่านไป เขาส่งผมไปเรียนกับครูอินทุอร ศรีกรานนท์ ซึ่งก็ทำให้ผมเห็นมุมมอง, การตีความ และการให้เหตุผลแบบใหม่ๆอย่างมากมาย ซึ่งปัจจุบันผมก็ยังเรียนกับครูอรอยู่ครับ
ส่วนในการสอนนั้น ผมเริ่มสอนเปียโนที่โรงเรียนดนตรีตรีนิธิตั้งแต่อยู่มหาลัยปี1 จนนี่ก็ผ่านมา 5 ปีแล้ว รู้สึกดีกับงานนี้มากครับ ผมว่ามันเป็นงานที่มีคุณค่านะ ต้องใช้สมองและกึ๋นแบบสุดๆ และผลลัพธ์ที่เกิดนั้นมันเป็นการทำให้ชีวิตคนอีกคนดีขึ้น คิดแค่นี้ก็รู้สึกว่าชีวิตมีความหมายแล้วครับ
นี่ก็เป็นประวัติทางดนตรีย่อๆของผมอะนะครับ เรื่องราวประเด็นต่างๆหลังจากนี้ก็เก็บไว้เสวนากันต่อใน blog เถอะครับพี่น้อง ^_^ ครูยอด 3 ธ.ค. 2551-วันที่พันธมิตรเปิดสนามบิน...เย้!!!
|